เป็นยิ่งกว่าแม่บ้าน แม่ป้อม ผู้ดูแล 131 ชีวิต



กิจกรรม วันแม่แห่งชาติ ที่ผ่านมา ตามสังคมนิยมของไทย โรงเรียนต่างๆเหล่านี้ จึงได้เชิญแม่ของนักเรียนบางส่วน มาร่วมกิจกรรมเพื่อให้ลูกๆได้กราบไหว้ แสดงถึงความรักที่มีต่อบุพการีเช่นเดียวกับโรงเรียนนาคำวิทยา อ.เขื่องใน จ.อุบลราชธานี เป็นโรงเรียนในระดับมัธยมศึกษา สังกัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดอุบลราชธานี เปิดทำการเรียนการสอนตั้งแต่ ม.1- ม.6 ได้จัดกิจกรรมวันแม่แห่งชาติด้วยเช่นกัน

หากจะเดาว่ากิจกรรมในวันนี้ มีอะไรบ้างก็คงจะเดาไม่ยากนัก

แต่ที่โรงเรียนแห่งนี้มีอะไรที่เป็นพิเศษกว่าที่อื่นๆ คือมีภาพที่มีนักเรียนชาย จำนวนนับร้อยคน สวมชุดยูนิฟอร์มของโรงเรียนก้มกราบผู้หญิงวัยกลางคนหนึ่งคน เป็นภาพที่ดูแปลกตา แปลกใจ และมีคำถามมากมายว่าเกิดอะไรขึ้น?

ผู้หญิงวัยกลางคน ที่เด็กๆ จำนวนนับร้อยคนกำลังก้มกราบตรงหน้า คือ แม่ป้อม ซึ่งเป็นชื่อที่เด็กกลุ่มนี้เรียกกัน

แม่ป้อม หรือ นางเครือวรรณ อาจเอียม เป็นแม่บ้านประจำของโรงเรียนนาคำวิทยา

หน้าที่หลักของแม่ป้อม เป็นแม่บ้านที่คอยดูแลความสะอาด ดูแลน้ำ ดูแลอาหาร ให้กับคณะครูที่โรงเรียน แม่ป้อมยังมีหน้าที่รองอีกอย่าง คือการดูแลอาหาร ดูแลสุขภาพ ดูแลสารทุกข์สุกดิบ ของเด็กนักเรียนแคมป์ฟุตบอลของโรงเรียน รวม 131 ชีวิต

เด็กๆ กลุ่มนี้ จึงได้เชิญแม่ป้อม มาเป็นแม่ตัวอย่าง เพื่อให้เด็กนักฟุตบอลทั้ง 131 คน ได้มีโอกาสกราบแม่ ในวันที่โรงเรียนมีกิจกรรม และในวันที่เด็กๆกลุ่มนี้ ไม่มีแม่ให้กราบ



ครูชานนท์ พลเสนา หรือ โค้ชนนท์ ผู้ซึ่งเป็นโค้ชใหญ่ของทีมนาคำวิทยา เล่าว่า ทีมอะคาเดมี่นาคำวิทยา ได้เปิดแคมป์สอนฟุตบอลขึ้นมาตั้งแต่ปี 2560 จะมีเด็กนักเรียนตั้งแต่ระดับชั้นประถมศึกษา ถึงมัธยมศึกษาปีที่ 6 หมุนเวียนกันเข้ามาเรียนฟุตบอล และเข้ามาอยู่ในแคมป์กินนอน จำนวนหลายร้อยคน ก็มีแม่ป้อม ที่เป็นคอยดูแลด้านอาหาร ทั้งเช้า กลางวัน และมื้อเย็น ให้กับเด็กๆกลุ่มนี้ และยังเป็นกำลังหลักในการดูแลสุขภาพ ความเป็นอยู่ เวลาเด็กเจ็บไข้ได้ป่วย มาตลอด 3 ปี ทำให้เด็กๆมีความรัก ความผูกพันธุ์กับแม่ป้อม เปรียบเสมือนเป็นแม่แท้ๆ ของเด็กบางด้วยซ้ำไป ซึ่งในวันนี้เด็กแคมป์ทั้งหมด จะต้องร่วมกิจกรรมวันแม่ เด็กๆจึงได้เชิญแม่ป้อม มาเป็นแม่ให้เด็กๆได้มีโอกาสกราบไหว้ เหมือนกับเด็กนักเรียนคนอื่นๆ

ปัจจุบัน อะคาเดมี่นาคำวิทยา มีเด็กนักเรียนที่มาอาศัยอยู่ในแคมป์ฟุตบอล จำนวนทั้งหมด 131 คน มีเด็กระดับประถมศึกษา 3 คน ที่เหลือเป็นเด็กที่ย้ายมาเรียนในโรงเรียนนาคำวิทยา เพื่อทั้งเรียนหนังสือและเรียนฟุตบอล ฟุตซอล

เด็กทั้งหมดนั้นเรียนฟรี อยู่ฟรี จะมีค่าใช้จ่ายบ้างในเรื่องค่าอาหารต่อเดือน ซึ่งเด็กๆทั้งหมดมีความฝันร่วมกันว่าอยากจะเป็นนักฟุตบอลอาชีพ จึงได้มาคัดตัวเข้ามาอยู่ในแคมป์

ที่นี่สอนฟุตบอลตั้งแต่วันจันทร์-ศุกร์ ส่วนในวันเสาร์และอาทิตย์ หากเด็กไม่มีโปรแกรมแข่งก็จะปล่อยให้กลับบ้านไปอยู่กับครอบครัว ส่วนเด็กบางคนที่ครอบครัวอยู่ไกล อาทิเด็กที่มาจากจังหวัดปทุมธานี จากจังหวัดเพชรบูรณ์ นานๆถึงจะได้กลับบ้าน บางรายอยู่ตลอดทั้งปี พอปิดเทอมใหญ่ถึงจะกลับบ้านก็มี

ด้วยเด็กที่มาจากต่างสังคม ต่างพ่อแม่ มีความแตกต่างกันมาก บางคนไม่เคยรู้จักแม่ว่าเป็นใคร บางคนครอบครัวหย่าร้าง บางคนไม่มีครอบครัว ก็ได้อาศัยโรงเรียน ครู โค้ช เพื่อนนักกีฬา เป็นครอบครัว



พวกเขามีแข็งแกร่งมาก ทั้งร่างกายและจิตใจ ด้วยการบ่มเพาะให้เข้มแข็งอดทน แม้ด้วยความเป็นเด็ก ย่อมต้องมีอารมณ์ความรู้สึก คิดถึงแม่ คิดถึงบ้าน เหมือนเด็กๆคนอื่นๆ

แต่วันนี้สิ่งที่พวกเขาหวังไว้สูงสุดของชีวิต คือการได้ฝึกฝนฟุตบอล ฟุตซอล เพื่อจะมีโอกาสได้เป็นนักฟุตบอลอาชีพ ซึ่งเป็นความฝันเดียวกันของเด็กทั้ง 131 คน