พรรคเพื่อไทยชนะขาด 173 ที่นั่ง ผลเอ็กซิตสวนดุสิตโพลชี้ ณ เวลานี้



หน้าแรก ข่าว ข่าวสังคม - โซเชียล พรรคเพื่อไทยชนะขาด 1...

เมื่อวันที่ 24 มี.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศที่พรรคเพื่อไทย (พท.) เป็นไปอย่างคึกคัก บรรดาแกนนำพรรค ทยอยเดินทางเข้าพรรคภายหลังไปใช้สิทธิ์เลือกตั้งกันอย่างต่อเนื่อง ขณะที่กองทัพสื่อมวชนทั้งไทยและต่างชาติ ต่างปักหลักรอทำข่าวเลือกตั้งที่พรรคจำนวนมาก นอกจากนี้ยังมีกลุ่มผู้สนับสนุนพรรค เดินทางมารอให้กำลังใจทางพรรคด้วย ทั้งนี้ ทางพรรคได้เปลี่ยนแบนเนอร์ด้านหลังห้องแถลงข่าวจากแคมเปญพรรคเป็นข้อความ ขอบคุณทุกกำลังใจ พรรคเพื่อไทยจะทำตามที่พูดไว้กับประชาชน



เผยผลการสำรวจความคิดเห็นของผู้มีสิทธิเลือกตั้ง 350 เขตทั่วประเทศ จำนวน 79,521 คนในวันนี้ คาดว่าพรรคที่จะได้จำนวน ส.ส.แบบแบ่งเขตและแบบบัญชีรายชื่อมากสุด

ดังนี้ 1.พรรคเพื่อไทย 173 คน 2.พรรคพลังประชารัฐ96คน คุณหญิงสุดารัตน์ย้ำว่า พรรคพร้อมเดินหน้าบริหารประเทศด้วยความสงบสุข บนพื้นฐานเศรษฐกิจที่ดี ไม่สร้างความขัดแย้ง และรับฟังความเห็นต่าง แต่ขอให้ร่วมมือก้าวข้ามความขัดแย้ง



คุณหญิงสุดารัตน์ กล่าวว่า พวกเราในนามพรรคพท. ต้องกราบขอบพระคุณทุกคนที่ให้ความไว้วางใจแก่พรรคพท. ทุกคะแนนทุกความไว้วางใจจะไม่สูญเปล่าเราจะมุ่งมั่นทำงานอย่างหนักต่อไปเพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการทำงให้เกิดความสุข เกิดเศรษฐกิจที่ดีและเกิดความสงบสุขในบ้านเมือง ทุกนโนบายที่เราให้คำมั่นสัญญาและได้รับความคาดหวังจากประชาชน เรารับมา และจะพยายามที่จะทำงานอย่างหนักต่อไป เพื่อเป็นส่วนหนึ่งที่จะให้เกิดความก้าวหน้าในการทำงานให้ประเทศชาติ

นอกจากนี้เราขอให้ความมั่นใจว่าพี่น้องประชาชนนจะไม่ผิดหวังที่ให้คะแนนเสียงกับเรา เป็นพันธกิจที่เราจะทำให้พี่น้องประชาชนหายทุกข์ มีความสุข และมีเศรษฐกิจที่ดี ส่วนการทำงานในอนาคต มีคนพยายามสอบถามว่าเราจะไปร่วมกับใครนั้น ขอให้ผลของการเลือกตั้งออกมาก่อน แต่เรายืนยันตามหลักการที่เราได้พูดไว้ว่าเราจะทำงานร่วมกับพรรคที่ไม่สนับสนุนการต่อท่ออำนาจ และไม่สนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา

ทั้งนี้ ผลการเลือกตั้งออกมาอย่างไร นั่นคือฉันทามติจากประชาชนว่าต้องการให้ใครบริหารประเทศก่อน ดังนั้นเรายังคงยืนยันในหลักการว่าพรรคอันดับ 1 ต้องมีสิทธิในการจัดตั้งรัฐบาลก่อน เพราะการเลือกตั้งทุกครั้งก็ทำแบบนี้และหวังว่า ส.ว.ที่ถูกแต่งตั้งโดย คสช. 250 คน จะดำเนินการตามเจตนารมณ์ของพี่น้องประชาชนในการเลือกตั้ง

นายภูมิธรรม กล่าวว่า การเลือกตั้งวันนี้ที่ไม่ปกติเท่าไหร่ เพราะเป็นการเลือกตั้งที่ใช้ทุกอย่างทั้งเงิน และอำนาจรัฐ เมื่อวานในพื้นที่ที่สนับสนุนพรรค พท.ถูกเจ้าหน้าที่เข้าไปบุกและตรวจสอบ แต่เราไม่ได้หวั่นเกรงอะไร เพราะเข้าไปแล้วก็ไม่เจออะไร



เราหวังว่าพี่น้องจะเข้าใจและรับทราบเหตุการณ์ต่างๆ เหล่านี้ ซึ่งจะเป็นสิ่งที่ยืนยันการตัดสินใจของประชาชนที่จะเกิดขึ้นในวันนี้เป็นเหตุแห่งการตัดสินใจของพี่น้องประชาชน ทั้งนี้ ตนอยากขอให้พี่น้องประชาชนทั่วประเทศช่วยกันดูแลหน่วยเลือกตั้งทุกหน่วย

เพื่อให้ผลการเลือกตั้งออกมาอย่างยุติธรรมที่สุด ทั้งตรวจสอบคะแนนที่มีการนับในหน่วยเลือกตั้ง เพื่อให้คะแนนที่ออกมาได้รับการยอมรับและเชื่อถือได้ นอกจากนี้ความตื่นตัวของประชาชนตั้งแต่การเลือกตั้งล่วงหน้าจนถึงวันนี้ ยืนยันถึงความตืนตัวของประชาชนที่ประจักษ์ชัดกับทุกฝ่าย ซึ่งสิ่งที่แสดงเจตนารมณ์ในครั้งนี้ คือเราต้องเคารพเจตจำนงประชาชน ไม่ว่าผลการเลือกตั้งจะเป็นอย่างไร



นายถูมิธรรม กล่าวต่อว่า ส่วนกระบวนการจัดตั้งรัฐบาลเพื่อนำพาประเทศออกจากปัญหานั้นขอให้ ส.ว.สรรหาที่มาจากเงินภาษีของประชาชนยอมรับการตัดสินใจและจุดยืนของประชาชนที่มาร่วมกันลงความเห็นเพื่อตัดสินใจในครั้งนี้ และสุดท้ายผลการเลือกตั้งที่ชัดเจนในวันนี้จะมีความชัดเจนว่าจะมีความร่วมมือระหว่างฝ่ายที่จะจัดตั้งรัฐบาลอย่างไร

ตนยืนยันว่าเราพร้อมจะจับมือกับฝ่ายประชาธิปไตยทุกส่วน ทุกฝ่าย ร่วมจัดตั้งรัฐบาลที่จะพาประเทศออกจากปัญหาที่เผชิญมาตลอด 5 ปีนี้และเราจะยึดมั่นในเจตจำนงความต้องการ และคำมั่นสัญญาที่ให้ไว้กับประชาชน เราจะร่วมกันผลักดันให้เกิดขึ้นจริง และหลังจากนี้อีก 3 ชั่วโมงจะได้ทราบผลการตัดสินใจของพี่น้องประชาชนเป็นอย่างไร และจะร่วมมือกันอย่างไรเพื่อพาสังคมออกจากทุกข์ที่เผชิญมาตลอด 5 ปี ทั้งนี้ เราไม่อยากในการแข่งกันจัดตั้งรัฐบาล หากพรรคใดชนะเสียงได้ที่ 1 เราก็ให้เขาจัดตั้งรัฐบาลก่อนตามประเพณี



เมื่อถามถึงกรณีที่มีการทุจริตการเลือกตั้ง นายภูมิธรรม กล่าวว่าการซื้อเสียงมีหลายที่ แต่น่าเสียดายที่เราไม่สามารถหยิบเป็นหลักฐานที่เป็นรูปธรรมชัดเจนได้ขณะนี้ที่ปรากฎต่อสื่อมวลชน หรือที่ กกต. แถลงอยู่ก็มีจำนวนหลายร้อยเคส

เช่น อย่างที่เกิดขึ้นที่จังหวัดนครปฐม ตามข่าวคือ 2 พรรคการเมืองใหญ่ ที่เราไม่ได้ส่งผู้สมัคร โคราช ขอนแก่น ร้อยเอ็ดซึ่งเป็นปรากฎการณ์ที่ชัดเจน และพูดกันในหมู่ประชาชน ตนคิดว่าการตรวจสอบเรื่องเหล่านี้ประชาชน หรือสื่อมวลชนสามารถตรวจสอบได้ว่ามีกลไก หรือระบบที่ใช้ผ่านกลไกของภาครัฐ หรือหน่วยงานราชการหรือไม่ ก็ขอให้ช่วยกันดูว่าการเมืองบ้านเรามีความโปร่งใส และเป็นที่ยอมรับของทุกฝ่ายด้วย