เจอของจริงแล้วไง โจรกระชากสร้อย เจอ 2 หนุ่มนักศึกษากระโดดถีบ ทิ้งรถหนีแทบไม่ทัน



หน้าแรก ข่าว ข่าวสังคม - โซเชียล เจอของจริงแล้วไง โจร...

วันที่ 26 ม.ค. ร.ต.อ.เรืองเดช ศรีนวลจันทร์ รองสารวัตร (สอบสวน) สภ.โนนสูง จ.อุดรธานี ได้รับแจ้งจากพลเมืองดีว่า มีคนร้ายก่อเหตุกระชากสร้อยคอทองคำหญิงสูงอายุ บริเวณปากทางเข้าบ้านข้าวสาร หมู่ 4 ถนนมิตรภาพ อุดร-ขอนแก่น ขาออกตัวเมืองอุดรธานี ต.โนนสูง จึงรุดไปตรวจสอบพร้อมชุดสืบสวน และสายตรวจ 191



ที่เกิดเหตุพบ นางหนูคูณ สีลานวล อายุ 63 ปี ผู้เสียหาย พร้อมกับนักศึกษาชาย 3 คน คือ นายเกียรติชัย อุสุพานิช อายุ 17 ปี, นายเพชร แสงภู อายุ 16 ปี และ นายธนานุวัฒน์ ชัชวาลย์ปรีชา อายุ 17 ปี นักศึกษาชั้น ปวช.2 วิทยาลัยอาชีวศึกษาอุดรธานี ซึ่งเป็นพลเมืองดี ที่เข้าช่วยเหลือนางหนูคุณ ได้ยืนรอเจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ โดยมีสร้อยคอทองคำน้ำหนัก 3 บาท ขาดตกหล่นอยู่ที่พื้น และพบรถจยย. ยามาฮ่า เอ็มสแลซ สีดำ ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน พร้อมหมวกกันน็อคเต็มใบสีดำ ของคนร้าย ที่สามารถยึดเอาไว้ได้



จากการสอบสวนนางหนูคูณ ให้การว่า มีอาชีพเป็นแม่บ้านของบริษัทเอกชนแห่งหนึ่งใน เมื่อเวลา 05.30 น.ที่ผ่านมา ได้ออกมายืนรอรถตู้เพื่อเดินทางไปร่วมงานศพที่ต่างจังหวัด จากนั้นก็มีคนร้ายเป็นชาย อายุประมาณ 30 ปี สวมเสื้อคลุมสีดำ นุ่งกางเกงยีน สะพายกระเป๋าคาดสีเอวสีดำ สวมรองเท้าผ้าใบสีขาว ขี่รถจยย.คันดังกล่าว เข้าไปจอดที่ป่าในซอยข้างทางแล้วลงมาหาทำทีสอบถามเส้นทาง แต่จู่ๆ กลับกระชากสร้อยคอของตนจนขาด แล้วกำลังจะวิ่งไปขึ้นรถจยย.



ตนจึงได้ร้องขอความช่วยเหลือ โชคดีที่มีวัยรุ่น 3 คน ที่นั่งเล่นอยู่ในศาลาที่พักผู้โดยสารริมทางที่อยู่ใกล้ และเห็นเหตุการณ์ได้วิ่งเข้ามาช่วยเหลือ โดยใช้เท้าถีบรถจยย.ของคนร้ายที่กำลังจะขี่หลบหนีจนล้มลง คนร้ายเห็นท่าไม่ดี จึงได้ทิ้งรถจยย.แล้ววิ่งหลบหนีไปทางทุ่งนา



นายเกียรติชัย ให้การว่า ขณะที่พวกตนนั่งพักเหนื่อยในศาลาหลังจากที่ได้พากันออกมาเดินเล่น เห็นคุณยายร้องขอความช่วยเหลือที่ถูกคนร้ายกระชากสร้อยคอทองคำ พวกตนเห็นคนร้ายวิ่งไปช่วยกับจับกุมคนร้าย จึงได้ช่วยกันถีบรถจยย. ของคนร้ายจนล้มลง แล้วคนร้ายก็วิ่งหลบหนีไป จึงได้โทรแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจมาตรวจสอบ



จากนั้นตำรวจได้พานางหนูคูณ และนักศึกษาทั้ง 3 คน ไปให้ปากคำเกี่ยวกับรูปพรรณสัณฐานของคนร้ายพร้อมนำรถ จยย.ของกลางไปไว้ที่ สภ.โนนสูง ขณะที่นางหนูคูณ ได้มอบเงินเป็นรางวัลให้นักศึกษาที่ช่วยเหลือในครั้งนี้คนละ 1,000 บาท รวม 3,000 บาท จากการสอบสวนเบื้องต้นขณะนี้ตำรวจก็พอจะทราบตัวคนร้ายแล้ว และจะได้ติดตามจับกุมมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป



ขอบคุณ ข่าวสด